10 อันดับ เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับนักศึกษา ปี 2015

10 อันดับ เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับนักศึกษา ปี 2015

สำนักจัดอันดับระดับโลกอย่าง Quacquarelli Symonds หรือ QS จากประเทศอังกฤษ ได้ประกาสอันดับเมืองที่เหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษามากที่สุดในโลก (QS Best Student Cities 2015) และจากผลการสำรวจในปี 2015 ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้วหลายอันดับด้วยกัน โดยอันดับ 1 ยังคงเป็น “ปารีส” ซึ่งเป็นแชมป์มาตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปี 2015 ด้วยคะแนนสูงสุด 412 คะแนน จากคะแนนเต็ม 500 ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างเมลเบิร์น และลอนดอน อยู่พอสมควร ในปีนี้ทาง QS ได้มีการเพิ่มตัวชี้วัดในการประเมินจากปีที่แล้วมาเป็นทั้งหมด 18 ตัวชี้วัด จาก 5 หัวข้อหลัก ดังนี้

  1. การจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก 100 คะแนน
  2. ความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักศึกษา 100 คะแนน
  3. คุณภาพชีวิต 100 คะแนน
  4. โอกาสการจ้างงาน 100 คะแนน
  5. ความสามารถในการจ่ายค่าครองชีพ 100 คะแนน

และนี้คือ 10 อันดับเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับนักศึกษา ประจำปี 2015 (QS Best Student Cities 2015)

อันดับ 1 ปารีส (Paris) ฝรั่งเศส

ปารีส (Paris) ฝรั่งเศส

ยังคงเป็นที่หนึ่งครองใจนักเรียนนักศึกษา “ปารีส มหานครในฝัน” ที่ใครๆ ก็อยากไปเยือน ด้วยบรรยากาสที่สวยงามและสุดแสนโรแมนติก แม้จะขึ้นชื่อว่ามีค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง แต่ค่าเล่าเรียนที่ปารีสกลับไม่สูงมาก และด้วยความพร้อมในหลายๆด้าน ทำให้ ปารีส มีคะแนนนำเป็นอันดับที่ 1 โดยมีคะแนนสูงสุดในหัวข้ออันดับมหาวิทยาลัยโลก ซึ่งมี “École normale supérieure หรือ Normal” สถาบันวิชาชีพชั้นสูงของกรุงปารีส อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก จาก QS World University Rankings® 2014/15 และโอกาสในการจ้างงาน ทั้งสองหัวข้อได้ไป 96 คะแนน ส่วนคะแนนน้อยที่สุดสำหรับมหานครปารีสคงจะหนีไม่พ้นเรื่องค่าครองชีพ ได้มาเพียง 54 คะแนน รวมแล้วปารีสได้คะแนนไปทั้งหมด 412 คะแนน

อันดับ 2 เมลเบิร์น (Melbourne) ออสเตรเลีย

เมลเบิร์น (Melbourne) ออสเตรเลีย

สำหรับอันดับ 2 ในปี 2015 ตกเป็นของ “เมลเบิร์น” ที่สามารถไต่อันดับขึ้นมาได้สูง จากปีที่แล้วที่อยู่ในอันดับที่ 5 มาเป็นอันดับที่ 2 ด้วยคะแนนสูงสุดจาก 3 หัวข้อใหญ่ๆ คือ ความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักศึกษา เมลเบิร์นได้ไปถึง 100 คะแนนเต็ม รองลงมาเป็นหัวข้อคุณภาพความเป็นอยู่และโอกาสการจ้างงาน ได้คะแนนเท่ากันที่ 94 คะแนน เมลเบิร์น ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการศึกษา มี The University of Melbourne ที่ติดอยู่ในอันดับ 33 ของโลก และเมืองแห่งศิลปะ บรรยากาสดี มีชายหาดและแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนมากมาย ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่สามารถไต่อันดับขึ้นมา เป็นที่ 2 ได้ แม้ว่าจะมีค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง แถมในหัวข้อนี้เมลเบิร์นยังได้คะแนนน้อยกว่าปารีสเสียอีก เพราะได้ไปเพียง 40 คะแนน จาก 100 เท่านั้น ทำให้คะแนนรวมของเมลเบิร์นทั้งหมดอยู่ที่ 397 คะแนน

อันดับ 3 ลอนดอน (London) อังกฤษ

ลอนดอน London อังกฤษ

อันดับที่ 2 จากปีที่แล้ว ตกมาอยู่ในอันดับที่ 3 ในปีนี้ ลอนดอน เมืองแห่งแฟชั่นและความหรูหรา จากประเทศอังกฤษ โดยมีคะแนนรวมทั้งหมดอยู่ที่ 392 คะแนน ทั้งที่เมืองลอนดอนได้คะแนนเต็ม 100 คะแนนไปถึง 2 หัวข้อด้วยกันนั่นคือ อันดับมหาวิทยาลัยโลก และโอกาสการจ้างงาน โดยมี Imperial College London ติดอยู่ในอันดับที่ 3 ของโลก และ University College London (UCL) ติดอยู่ในอันดับที่ 5 ของโลก แต่ข้อเสียของลอนดอนคือ ค่าครองชีพที่สูงมากจนทำให้ในหัวข้อนี้เมืองลอนดอนได้ไปเพียง 28 คะแนนเท่านั้น จาก 100 คะแนนเต็ม ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่สุดในเมืองทั้งหมด 10 อันดับแรกของโลก ซึ่งเป็นที่ทราบกันอย่างดีว่าลอนดอนนั้นเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก และยังครองแชมป์ติตด่อมาหลายสมัยอีกด้วย แต่ด้วยคุณภาพและมาตรฐานด้านการศึกษาที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก จึงทำให้เมืองแห่งนี้ยังเป็นเมืองในฝันของนักศึกษาหลายคนอยู่ดี

อันดับ 4 ซิดนีย์ (Sydney) ออสเตรเลีย

ซิดนีย์ (Sydney) ออสเตรเลีย

อีกหนึ่งเมืองของประเทศน่าอยู่อย่างออสเตรเลีย ที่ติดอันดับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา ประจำปี 2015 เมืองยอดฮิตที่เหล่านักเรียนนักศึกษานิยมไปเรียนต่อมากที่สุดในโลกเมืองหนึ่ง “ซิดนีย์” เมืองแห่งหาดทราย สายลม และแสงแดด ยังคงรักษาอันดับและมาตรฐานจากปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี สามารถทำคะแนนได้ค่อนข้างสูงจากสามหัวข้อการประเมินคือ คุณภาพชีวิตได้ไป 98 คะแนน, ความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักศึกษา ได้ไป 95 คะแนน และโอกาสการจ้างงาน 94 คะแนน แต่ค่าครองชีพค่อนข้างสูงได้ไปเพียง 36 คะแนน เท่านั้น ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีคนนิยมเรียนต่อมากที่สุดเป็นอันดับสามของโลก รองจากอเมริกาและอังกฤษ โดยมีถึงสองเมืองในประเทศที่ติดอยู่ในอันดับโลก คือเมลเบิร์น และซิดนีย์ แม้จะมีค่าครองชีพที่ค่อนข้างสูง แต่ก็ยังเป็นที่นิยมสำหรับคนที่คิดจะเรียนต่อ โดยมีมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง University of Sydney ติดอยู่ในอันดับที่ 37 ของโลก และ University of New South Wales ติดอยู่ในอันดับที่ 48 ของโลก

อันดับ 5 : ฮ่องกง (Hong Kong)

ฮ่องกง (Hong Kong)

เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาอันดับที่ 5 และเป็นอันดับ 1 ของทวีปเอเชีย ที่ในครั้งนี้ทำอันดับสูงขึ้นจากปีที่แล้วคือ อันดับที่ 7 แซงหน้า “สิงคโปร์” แชมป์เก่าของเอเชียที่ในปี 2015 หลุดโผไม่ติด 1 ใน 10 ของโลก แม้ว่า “ฮ่องกง” จะเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก แต่กลับมีคะแนนในด้านค่าครองชีพถือว่าค่อนข้างถูกมากเมื่อเทียบกับเมืองต่างๆ และยังมีความโดดเด่นในเรื่องของความปลอดภัยทุกคนเคารพกฎหมายและเป็นเมืองที่มีการคอรัปชั่นน้อยที่สุดเมืองหนึ่ง ฮ่องกง เมืองแห่งเอเชีย หรือ Asia’s World City เมืองที่มีลักษณะเด่นของความเป็นเมืองนานาชาติที่ราวกับย่อโลกทั้งใบเอาไว้ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้โดยมีความเป็นสากลที่ผสมผสานระหว่างสิ่งที่ดีที่สุดของวัฒนธรรมตะวันตก และตะวันออกได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงและติดอันดับโลกหลายแห่งด้วยกัน เช่น The University of Hong Kong (HKU) ติดอยู่ในอันดับที่ 28 ของโลกปี 2014/2015, City University of Hong Kong, Chinese University of Hong Kong และ The Hong Kong University of Science and Technology เป็นต้น

อันดับ 6 บอสตัน (Boston) สหรัฐอเมริกา

บอสตัน (Boston) สหรัฐอเมริกา

เมืองที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง Massachusetts Institute of Technology (MIT) อันดับ 1 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2014/2015 และ Harvard University มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของอเมริกา อยู่ในอันดับที่ 4 ของโลกจนได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ใครที่ชื่นชอบความเก่าแก่ของประวัติศาสตร์คงได้ยินชื่อเสียงของบอสตันเป็นอย่างดี เมืองที่เต็มไปด้วยความสวยงามของสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน การที่มีมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกตั้งอยู่ที่เมืองมากมายหลายแห่ง ทำให้เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งปัญญาชนอย่างแท้จริง ทำคะแนนสูงสุดในหัวข้อโอกาสการจ้างงานเต็ม 100 คะแนน เนื่องจากเหล่าบรรดานายจ้างต่างมั่นใจในมาตรฐานของนักศึกษาที่จบจากบอสตัน และต้องการตัวเป็นอย่างมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่บอสตันจะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับนักศึกษาที่คิดจะไปเรียนภาษาหรือไปศึกษาต่อในระดับสูง ทำให้ประชากรเกือบครึ่งหนึ่งในเมืองบอสตันเป็นนักเรียนนักศึกษานั่นเอง

อันดับ 7 โตเกียว (Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น

โตเกียว (Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น

ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในปี 2015 ของ โตเกียว ที่ขึ้นมาด้วยอันดับที่ค่อนข้างสูง เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่นที่คนไทยส่วนใหญ่จะเลือกไปเรียนต่อ ไม่ว่าจะเป็นการเรียภาษาหรือหลักสูตรระดับปริญญา จึงไม่น่าแปลกที่โตเกียวจะกลายเป็น 1 ในเมืองแห่งการศึกษาที่สำคัญของโลก ซึ่งผลจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก The University of Tokyo ที่ติดอยู่ในอันดับที่ 31 และเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 2 ของเอเชีย ประจำปี 2014/2015 โดย โตเกียว ได้คะแนนคุณภาพชีวิตไปถึง 95 คะแนน และโอกาสในการจ้างงาน 94 คะแนน ถือเป็นสองหัวข้อดัชนีชี้วัดที่ทำให้โตเกียวมีคะแนนค่อนข้างดีมากในปีนี้ จนสามารถติดอันดับได้ในที่สุด แต่ยังมีในส่วนของความหลากหลายของนักศึกษาจากต่างชาติที่โตเกียวได้คะแนนที่น้อยมากเรียกได้ว่าน้อยที่สุดใน 10 อันดับ คือ 55 คะแนน นั่นเอง

อันดับ 8 มอนทรีออล (Montréal) แคนาดา

มอนทรีออล (Montréal) แคนาดา

ถ้าให้จัดอันดับประเทศที่น่าอยู่และมีคุณภาพชีวิตสูงที่สุดในโลกคงต้องมีประเทศแคนาดาติดอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน และเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาในปี 2015 นี้ ประเทศแคนาดาติดอันดับด้วยกันถึง 2 เมืองคือ มอนทรีออล และ โทรอนโต อยู่ในอันดับ 8 และ 9 ถือว่าเข้าวินมาอย่างสวยงามไม่ผิดคาดแต่อย่างใด เมืองสวย บรรยากาศดี การศึกษาเยี่ยม มีคะแนนโดดเด่นในเรื่องของความหลากหลายทางเชื้อชาติของนักศึกษาต่างชาติสูงถึง 96 คะแนน มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง ประชากรสามารถพูดได้หลายภาษา มอนทรีออลยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ที่มีประชากรพูดภาษาฝรั่งเศสมากที่สุดในโลก รองจากปารีส คะแนนในส่วนของคุณภาพชีวิตเป็นอีกหนึ่งหัวข้อที่มอนทรีออลได้คะแนนค่อนข้างสูงคือ 83 คะแนน เมืองสวยสะอาดความปลอดภัยสูง ที่เหมาะกับการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้เมืองมอนทรีออลยังมีมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับโลกด้วยกัน 3 แห่งด้วยกัน และมหาวิทยาลัยที่ได้อันดับสูงสุดคือ McGill Universit ติดอยู่ในอันดับที่ 21 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย

อันดับ 9 โทรอนโต (Toronto) แคนาดา

โทรอนโต (Toronto) แคนาดา

ในปีนี้ประเทศแคนาดาถือว่าเป็นประเทศที่มาแรงเพราะนอกจากมอนทรีออลที่ติดอันดับแล้ว ยังมี “โทรอนโต” ติดเข้ามาอยู่ในอันดับ 9 เมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาในปี 2015 อีกด้วย คะแนนเต็มในหัวข้อของคุณภาพชีวิต เรียกได้ว่าสูงกว่ามอนทรีออล และเมืองในประเทศอื่นๆ อีกหลายเมืองเลยทีเดียว และแม้ว่าจะมีอันดับตามหลังมอนทรีออลอยู่ แต่ University of Toronto กลับติดอยู่ในอันดับโลกที่สูงกว่าคืออันดับที่ 20 ส่วนคะแนนในด้านอื่นๆ ก็ใกล้เคียงกัน แต่โทรอนโตมีค่าครองชีพที่สูงกว่าในมอนทรีออล จึงได้คะแนนค่อนข้างน้อย โทรอนโตเป็นเมืองที่มีประชากรจากหลากหลายเชื้อชาติมาอยู่รวมกันมากที่สุดในโลก 40% ของประชากรเป็นคนต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ เมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา ประชาชนที่เมืองนี้มีความเป็นมิตร และมีชื่อเสียงติดอันดับโลกเมืองที่ความปลอดภัยที่สุด และสะอาดที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองโทรอนโตจะมีคะแนนในเรื่องของคุณภาพชีวิต 100 คะแนนเต็มนั่นเอง

อันดับ 10 โซล (Seoul) เกาหลีใต้

โซล (Seoul) เกาหลีใต้

 

เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ ในปีนี้สามารถทำคะแนนสูงจนสามารถติดอันดับท็อปเทนเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาได้เป็นปีแรก นอกจากจะเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวของประเทศแล้ว มหานครแห่งนี้ยังมีมาตรฐานเรื่องการศึกษาที่สูง จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก 2014/15 มหาวิทยาลัยในกรุงโซลติดอันดับทั้งหมด 14 แห่งด้วยกัน และมหาวิทยาลัยที่มีอันดับสูงสุด คือ Seoul National University อยู่ในอันดับที่ 31 ร่วมกับมหาวิทยาลัยโตเกียวของประเทศญี่ปุ่น สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของกรุงโซลในการจัดอันดับเมืองสำหรับนักศึกษาในครั้งนี้ จะเป็นหัวข้อโอกาสในการจ้างงาน ได้ไปถึง 94 คะแนน ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยในกรุงโซลส่วนใหญ่จะได้รับการไว้วางใจจากหน่วยงานและนายจ้างเป็นจำนวนมาก รองลงมาจะเป็นเรื่องอันดับของมหาวิทยาลัย และความหลายหลายทางด้านเชื้อชาติของนักศึกษาที่อยู่ในกรุงโซลนั่นเอง

ที่มา:

manager.co.th
topuniversities.com

ส่งความเห็น / คำถาม

Be the First to Comment!

avatar
wpDiscuz